Vaser Fraxel Laser Botox Filler IPL Ulthera เสริมจมูก ปรับรูปหน้า กำจัดขนถาวร เปลี่ยนโฉมให้ดูดีด้วยทีมแพทย์ชั้นนำ

ทำไมต้อง Siam laser clinic   ติดต่อสอบถาม   เลือกภาษา ไทย | English

สยามเลเซอร์ คลีนิค ได้รับรางวัล 2 ปีซ้อน ยอดผู้เข้ารับทำ
VASER LipoSelection มากที่สุดในประเทศไทย
ประจำปี 2008 - ปัจจุบัน

ตอบปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณและความงาม

By : Siamlaserclinic.com

Q : มีรอยแตกลายเป็นริ้ว  ตามขาและหน้าท้อง เป็นมาหลายปีแล้ว เสียความมั่นใจมากเลย
ทาครีมหลายยี่ห้อที่ว่าดีมาตลอด เคยไปทำกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีเป็นสิบทีก็ไม่หาย
อยากทราบว่ามีวิธีรักษาที่ได้ผลจริงๆไหมคะ ?


A : รอยแตกลาย สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนที่ผิวค่อนข้างคล้ำ อาจรู้สึกขาดความมั่นใจได้พอสมควรเลยครับ การรักษารอยแตกลาย หรือ stretch marks ที่ให้ผลดี ควรรักษาแต่เนิ่นๆในระยะแรกที่เริ่มเป็น หากทิ้งไว้นาน จนรอยแตกลายเป็นสีขาวและบุ๋มจนคล้ายแผลเป็นจะรักษายากขึ้น วิธีที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน ได้ผลประมาณ 60 – 80% ครับ ก่อนทราบถึงวิธีรักษา ลองมาดูที่สาเหตุก่อนนะครับ

ผิวแตกลายเกิดจากการยืดขยายอย่างต่อเนื่องของผิวหนัง และเนื้อเยื่อในผิวในเวลารวดเร็วไม่กี่เดือน ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน พบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้อง หรือหน้าอก ยังพบได้ในคนที่อ้วนขึ้นอย่างเร็ว หรือในวัยรุ่นช่วงที่กำลังเจริญเติบโต โดยพบแตกลายได้ที่ ต้นขาด้านนอก หลังด้านล่าง หรือสะโพก ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรครับ

ในคนที่กินยาที่มีสเตียรอยด์นานๆ มักมีรอยแตกลายใหญ่และเป็นหลายที่รวมถึงบนใบหน้า หรือการทาครีมที่มีสเตียรอยด์ความเข้มข้นสูงนานเกินไป ก็ทำให้เกิดรอยแตกลายได้ ถ้าสาเหตุดังกล่าวหายไป เช่นหลังคลอด, ลดน้ำหนักลงจากที่เคยอ้วนมาก่อน หรือ เมื่อพ้นช่วงวัยรุ่นแล้ว รอยแตกอาจค่อยๆจางลงได้ การป้องกัน หรือรักษาด้วยครีมบำรุงต่างๆ ไม่ว่ายี่ห้อแพงๆ หรือไม่แพง ช่วยได้เพียงเล็กน้อยมากครับ

วิธีการรักษารอยแตกลายที่ได้ผลมีหลายวิธี   แบ่งตามลักษณะของรอยแตก โดยในระยะแรกรอยแตกจะเป็นเส้นแบนหรือนูน สีแดงเป็นชมพูหรือออกม่วง รักษาได้โดย
     1. ยาทาอนุพันธ์กรดวิตามินเอ เช่น tretinoin 0.05 - 0.1% ทาวันละสองครั้ง ได้ผลเล็กน้อยประมาณ 10%
     2. กรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี ( Microdermabrasion ) หรือ ผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ ( Chemical Peel ) ก็ช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการ กำจัดเซลล์ชั้นบนๆออกไป ราคาหลักร้อยถึงหลักพันต่อครั้ง ได้ผล 10 – 30%
     3. เลเซอร์ทำลายรอยแดง เช่น Pulsed dye laser , แสงความเข้มสูง ( Fluorescent pulsed light, Intensed pulsed light ) สามารถกระตุ้น collagen และปรับสีรอยแตกให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ ราคาสูงกว่าสองวิธีแรก อาจจะหลายพันบาทต่อครั้ง โดยได้ผล 30 – 70%

หากปล่อยไว้นานขึ้นโดยไม่ได้รักษา รอยแตกจะมีสีซีดลงจนเป็นสีขาว ผิวจะบางและบุ๋มลง อาจมีรอยย่นเล็กๆเหมือนแผลเป็น โดยจะเห็นชัดมากในคนผิวคล้ำ ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนเป็นจะแสวงหาการรักษามากที่สุด  ซึ่งการรักษาในระยะหลังนี้ ทำได้ยากขึ้นและต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยมากขึ้น เสมือนการรักษาแผลเป็นที่เป็นมานาน มีวิธีการรักษาดังนี้

     1. แสงความเข้มสูง ( FPL, IPL ) ช่วยปรับสีรอยแตกให้เข้มขึ้นมาใกล้กับสีผิวปกติได้เล็กน้อย
     2. เลเซอร์ Nd : YAG ชนิดช่วงคลื่นยาว ช่วยกระตุ้น collagen ให้รอยแตกตื้นขึ้นได้บ้าง 10 – 30%
     3. Excimer Laser เป็นเลเซอร์ที่ปล่อยแสงช่วง UV B ช่วยกระตุ้นให้รอยแตกดีขึ้นได้ 60 - 80% โดยช่วยให้สีเข้มขึ้นใกล้เคียงกับสีผิวปกติหลังรักษา 8 – 10 ครั้ง การรักษาด้วยวิธีนี้ ถือว่ายังเป็นว่าค่อนข้างใหม่ มีในโรงพยาบาลรัฐที่เป็นโรงเรียนแพทย์ขนาดใหญ่เท่านั้น เท่าที่ทราบมีเพียงแห่งเดียวในเมืองไทยครับ
     4. Carboxytherapy เป็นวิธีใหม่ล่าสุด โดยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าบริเวณที่ต้องการรักษา เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด และออกซิเจนบริเวณดังกล่าว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ราคาไม่สูงมากนัก แต่เจ็บครับ อาจต้องทาหรือฉีดยาชาก่อนการรักษา ให้ผลการรักษา 50 – 80%

หลังจากได้ทราบถึงวิธีการรักษารอยแตกลาย และผลที่จะได้รับแล้ว ก็สามารถเลือกรับการรักษาได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องเจ็บตัวฟรี


Q 2 : อยากทราบว่ามีการฉีดยาเพื่อลดขนาดกรามให้หน้าเรียวสวยได้จริงหรือไม่ แล้วมีอันตรายอะไรหรือเปล่าคะ

A :
เป็นเทคนิคการปรับรูปหน้าแบบใหม่ แต่ใช้ยาตัวเดิมที่ฉีดกันมานานแล้ว คือสาร Botulinum Toxin type A ซึ่งใช้ฉีดในคนอย่างปลอดภัยมานาน 20 กว่าปีแล้ว ใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อตา ภาวะกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกต่างๆ

โดยในช่วง 10 ปีหลังมีการใช้เพื่อรักษาด้านความงามมากมาย เช่น ลบริ้วรอย หรือรอยย่นต่างๆที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ปรับรูปคิ้ว ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามหรือน่อง หรือการฉีดเพื่อกระชับรูขุมขน โดยชื่อการค้าที่นิยมใช้อยู่มี 2 ยี่ห้อคือ Botox และ Dysport ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำการรักษาจะเลือกใช้

การฉีดเพื่อลดขนาดกราม สารดังกล่าวจะออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามบางลงได้ 20 – 30% แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของกระดูกกรามได้ ดังนั้นวิธีนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหน้าเหลี่ยมหรือบานจากกล้ามเนื้อเท่านั้นครับ ไม่ใช่จากกระดูก

ผลที่ได้จะอยู่นาน 9 เดือน – 12 เดือน โดยหากมีการฉีดกระตุ้นในระยะเวลาที่เหมาะสม อาจได้ผลการรักษาที่คงอยู่ยาวนานกว่าเดิมมากหลายปี

อันตรายจากการฉีดสารดังกล่าวยังไม่เคยพบว่ามีผลแทรกซ้อนรุนแรงหรือถาวรใดๆ

ผลข้างเคียงพบได้น้อยและไม่รุนแรง เช่น คลื่นไส้ ปวดเมื่อยเหมือนเป็นไข้ ปวด บวม แดง หรือมีรอยช้ำ บริเวณที่ฉีด

ภาวะไม่พึงประสงค์ที่สำคัญคือ ยาไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อในบริเวณไม่ต้องการ ทำให้ลักษณะการยิ้มไม่เหมือนเดิมหลังฉีดปรับรูปหน้า หรือหนังตาตกหลังฉีดลบรอยขมวดคิ้ว ผลแทรกซ้อนนี้จะอยู่ชั่วคราว 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน

สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรและผู้ที่เคยแพ้โปรตีนไข่ขาว ( albumin ) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาชนิดนี้ ไม่ควรรับการฉีดสารชนิดนี้ เพราะไม่เคยมีการทดลองความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์มาก่อน

หากผู้รับการรักษามีกระดูกกรามกว้างหรือแหลมเป็นเหลี่ยม หลังการฉีดอาจได้ผลแย่ลงกว่าเดิมเพราะเมื่อกล้ามเนื้อบางลง จะทำให้เห็นกระดูกที่เป็นเหลี่ยมชัดเจนขึ้น เข้าทำนองน้ำลดตอผุดครับ หรือถ้าเป็นคนโหนกแก้มสูงหรือกว้างมากอาจทำให้หน้าดูตอบเกินไปหรือดูโทรมได้ครับ เพราะฉะนั้นควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนตัดสินใจปรับรูปหน้าด้วยวิธีนี้เสมอ









ที่มา : HealthPlus Magazine
โดย นพ.ธีระชัย วรัญญูรัตนะ, DSc&MSc.Dermatology(UK)
แพทย์สยามเลเซอร์ คลินิก

Related Article

แสงแดดทำลายผิว แล้วแสงเลเซอร์ละ ?

แสงแดดทำลายผิว แล้วแสงเลเซอร์ละ ? อ่านต่อ

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดจากชั้นของผิวหนัง(Stratum corneum) ได้ลดการต้านทานต่อสารระคายผิวลง ทำให้ไวต่อสารนั้นมากขึ้นกว่าปกติ อ่านต่อ

ผิวแห้งตลอด ทำอย่างไร ?

Q : เป็นคนผิวแห้ง เลือกเครื่องสำอาง moisturizer อย่างไรดีค่ะ ให้ผิวชุ่มชื้นได้ตลอด แต่ไม่มันจนเหนอะหนะจนเกินไป ? อ่านต่อ

 ครีมหน้าขาวปลอดภัยหรือไม่

Q : ใช้ครีมทาที่ทำให้หน้าขาวที่เห็นตามโฆษณาต่างๆ จะขาวขึ้นได้อย่างที่เห็นจริงหรือเปล่า ถ้าใช้นานๆไปจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นอันตรายอะไรหรือไม่ อ่านต่อ

วิตามินซีทาผิว

การใช้วิตามิน C สด มีลักษณะเป็นผงต้องผสมกับเซรั่มทาหน้า อยากถามว่าถ้าใช้ไปนานๆ จะมีผลเสียต่อผิวหรือเปล่า อ่านต่อ

ตอบคำถามผิวพรรณ

ถ้าทำ IPL มาแล้ว อาการหลังจะเป็นยังไงบ้างค่ะ ตอนนี้ทำมามันเกิดอาการบวมแดง และคันมากเลย ทำมาได้ 2 วันแล้ว ทั้งยิงไป 48 ช๊อตค่ะ รบกวนนิดนึงนะค่ะ TT\\\\' อ่านต่อ

IPL  คืออะไร  อันตรายไหม ?

IPL หรือ Intensed Pulse Light เป็นการรักษาด้วยแสงความเข้มสูงพิเศษ อ่านต่อ

ผิวแดงคันเป็นขุยง่าย ทำอย่างไร?

Q : เป็นผื่นแดงบ่อยๆแถวซอกจมูก ระหว่างคิ้ว จนแห้งเป็นขุยๆ เคยไปหาหมอแล้วบอกว่าเป็น โรคเซ็บเดิม ครับ ได้ครีมมาทาแล้วก็ดีขึ้น แต่ก็ยังเป็นๆหายๆอยู่ ควรทำอย่างไรให้หายขาดครับ ? อ่านต่อ

สงวนลิขสิทธิ์โดย สยามเลเซอร์ คลินิก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2554