Vaser Fraxel Laser Botox Filler IPL Ulthera เสริมจมูก ปรับรูปหน้า กำจัดขนถาวร เปลี่ยนโฉมให้ดูดีด้วยทีมแพทย์ชั้นนำ

ทำไมต้อง Siam laser clinic   ติดต่อสอบถาม   เลือกภาษา ไทย | English

สยามเลเซอร์ คลีนิค ได้รับรางวัล 2 ปีซ้อน ยอดผู้เข้ารับทำ
VASER LipoSelection มากที่สุดในประเทศไทย
ประจำปี 2008 - ปัจจุบัน

ปัญหาผมบางในผู้หญิง

By : Siamlaserclinic.com

Q :  รู้สึกว่าผมค่อยๆบางลงทั้งศีรษะมา 2 -3  ปี  ไม่ทราบเกี่ยวกับการทำผมมากไป หรือความสกปรกหรือเปล่า เคยหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วได้ยามาทา โดยให้ทาไปเรื่อยๆไม่ให้หยุด  เราจะหยุดยาตัวนี้ได้ไหมค่ะพอหยุดแล้วผมจะกลับมาร่วงมากกว่าเดิมหรือไม่ มีวิธีการรักษาวิธีอื่นอีกไหม  ที่จะทำให้ผมกลับมาขึ้นได้เหมือนเดิม   ขอบคุณค่ะ

A :  ปัญหาผมบางในผู้หญิง  ที่ทำให้ดูผมบางทั่วศีรษะ  ส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ ที่เรียกว่า  Female Androgenetic Alopecia ซึ่งมีฮอร์โมนเพศชายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะผมบาง  ไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรก แต่อย่างไร

แต่ไม่จำเป็นที่ใครเป็นแล้วจะต้องเป็นทั้งครอบครัวนะครับ  เนื่องจากการอาการในแต่ละคนก็ต่างกันไป ในผู้หญิงจะมีผมบางกลางศีรษะก่อน  แล้วมักค่อยๆขยายออกกว้างขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น  โดยจะเป็นไม่มากเหมือนผู้ชายที่ทำให้ดูหัวเถิกล้าน จากด้านหน้าชัดเจน 
สาเหตุต่างๆทำให้ผมร่วงในผู้หญิงมีมากมาย  บางสาเหตุแก้ไขได้เอง  บางสาเหตุต้องปรึกษาแพทย์  เช่น
 
-    การลดน้ำหนักเร็วเกินไป  อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดสารอาหารจนผมร่วงได้
-    ความเครียด 
-    การรวบผมตึงๆ  เป็นประจำ หรือหวีผมมากเกินไป
-    ผมถูกทำลายจากสารเคมีบ่อยๆเป็นเวลานาน เช่น การย้อมหรือดัดผมบ่อยๆ  ทำให้เส้นผมอ่อนแอหักง่าย
-    ขาดธาตุเหล็กอาจทำให้ผมบางหรือผมเปลี่ยนเป็นสีเทาง่ายขึ้น  เช่น หลังการเสียเลือดหรือมีรอบเดือนมาก ทำให้ร่างกายเสียธาตุเหล็กมากกว่าปกติ จึงควรทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมากขึ้น เช่น ตับ เนื้อแดง หอยนางรม หอยแมลงภู่ กุ้ง ไข่แดง จมูกข้าว ผักใบเขียว  เป็นต้น    
-     หลังคลอดบุตร  ซึ่งมักดีขึ้นเองหลัง 6 เดือน
-     ภาวะหมดประจำเดือน  หรือ อายุที่มากขึ้น ทำให้เส้นผมเล็กลง
-     ติดเชื้อ รา แบคทีเรีย ที่หนังศีรษะทำให้รากผมถูกทำลาย 
-     ยาบางชนิด เช่น ลดความดัน  ยารักษาสิวบางชนิด ยาคุมกำเนิด ยาไทรอยด์
-     โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์  หรือเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน  ( SLE )
-     เนื้องอกรังไข่ผลิตฮอร์โมนชาย ( polycystic ovarian syndrome ) พบได้น้อยมาก โดยอาจมีขนดก หนวดเคราเยอะ เป็นสิวมาก  แต่ศีรษะล้านเหมือนผู้ชาย
 
ยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยคือ ยาทา minoxidyl  ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา โดยใช้ความเข้มข้น  2 – 5% ทาวันละ 1 - 2  ครั้ง จะเห็นผลการรักษาเมื่อใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 – 6 เดือนขึ้นไป   โดยช่วยให้ผมร่วงน้อยลง และมีผมขึ้นใหม่,ผมเส้นใหญ่ขึ้น แต่จะให้ผลการรักษาที่ดีเพียง 30% ของผู้ใช้ยานี้เท่านั้น

ข้อเสียคือ ต้องใช้ไปตลอด หากหยุดยาผมก็จะกลับมาร่วงเท่าเดิมภายในไม่กี่เดือนแต่จะไม่ทำให้ร่วงมากกว่าเดิม

มีวิธีอื่นๆ แต่ควรภายใต้ความควบคุมของแพทย์ เช่น
 
-     Mesotherapy คือแพทย์ทางเลือกจากฝรั่งเศส เป็นการฉีดยารักษาผมร่วงและวิตามินหลายๆตัว ในปริมาณน้อยมากๆเข้าที่หนังศีรษะโดยตรงเพื่อรักษาและบำรุงรากผม  ได้ผลน่าพอใจในบางคน 
-     ทานอาหารเสริม Biotin ( vitamin B7 หรือ vitamin H )  วันละ 1000 - 2000 ไมโครกรัม บำรุงรากผม ช่วยป้องกันผมร่วง 
 -     Hair Transplant  คือการปลูกผมโดยการผ่าตัด นำผมมาจากบริเวณที่มีผมมากอยู่ เช่น ท้ายทอย โดยนำมาแยกทีละเส้นเพื่อปลูกลงบริเวณที่ศีรษะล้านโดยตรง  ช่วงแรกผมอาจร่วงก่อนแล้วจึงค่อยๆงอกมาใหม่อย่างธรรมชาติ ต้องทำโดยแพทย์ และทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการผ่าตัดปลูกเส้นผมเท่านั้น 

อีกไม่นานอาจมีการนำ Stem Cell รากผม ฉีดเข้าหนังศีรษะโดยตรงเพื่อปลูกผม โดยอาจที่ให้ผลการรักษาที่ดีมาก จนกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าตื่นเต้น  สำหรับการรักษาภาวะผมบางศีรษะล้านในอนาคตก็เป็นได้          

     
 
 ที่มา : Health Plus Magazine
โดย นพ.ธีระชัย  วรัญญูรัตนะ ,MD, MSc.
แพทย์ สยามเลเซอร์ คลินิก

Related Article

กลูต้าไธโอน ( Glutathione ) ยาพิษหรือยาบำรุง

Q : สารกลูต้าไธโอนสามารถทำให้ผิวขาวใสได้จริงหรือเปล่า และปลอดภัยไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ อ่านต่อ

ปัญหารังแคที่พบได้บ่อยๆ

รังแคเป็นเรื่องพบได้บ่อยๆ สาเหตุจากเชื้อราชนิดที่มีอยู่บนผิวหนังตามปกติ เกิดมีจำนวนมากขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ทำให้มีการรบกวนผิวหนัง จนเกิดรังแค อ่านต่อ

สะเก็ดเงินเป็นเพราะอะไร ?

อยากทราบว่าโรคสะเก็ดเงินสาเหตุเกิดจากอะไรคะ แล้วจะเป็นโรคติดต่อมั้ยคะ อ่านต่อ

นาโน ในเครื่องสำอาง ดีอย่างไร

เห็นเครื่องสำอางบางยี่ห้อมีคำว่า “นาโน” หมายความว่าอะไร และ ดีกว่าเครื่องสำอางทั่วไปอย่างไร อ่านต่อ

สงวนลิขสิทธิ์โดย สยามเลเซอร์ คลินิก ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2554