Vaser Fraxel Laser Botox Filler IPL Ulthera เสริมจมูก ปรับรูปหน้า กำจัดขนถาวร เปลี่ยนโฉมให้ดูดีด้วยทีมแพทย์ชั้นนำ
ทำไมต้อง Siam laser clinic ติดต่อสอบถาม เลือกภาษา ไทย | English
รับข่าวสาร ร่วมกิจกรรม
Q : รู้สึกว่าผมค่อยๆบางลงทั้งศีรษะมา 2 -3 ปี ไม่ทราบเกี่ยวกับการทำผมมากไป หรือความสกปรกหรือเปล่า เคยหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วได้ยามาทา โดยให้ทาไปเรื่อยๆไม่ให้หยุด เราจะหยุดยาตัวนี้ได้ไหมค่ะพอหยุดแล้วผมจะกลับมาร่วงมากกว่าเดิมหรือไม่ มีวิธีการรักษาวิธีอื่นอีกไหม ที่จะทำให้ผมกลับมาขึ้นได้เหมือนเดิม ขอบคุณค่ะ
A : ปัญหาผมบางในผู้หญิง ที่ทำให้ดูผมบางทั่วศีรษะ ส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ ที่เรียกว่า Female Androgenetic Alopecia ซึ่งมีฮอร์โมนเพศชายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะผมบาง ไม่ได้เกิดจากสิ่งสกปรก แต่อย่างไร
แต่ไม่จำเป็นที่ใครเป็นแล้วจะต้องเป็นทั้งครอบครัวนะครับ เนื่องจากการอาการในแต่ละคนก็ต่างกันไป ในผู้หญิงจะมีผมบางกลางศีรษะก่อน แล้วมักค่อยๆขยายออกกว้างขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยจะเป็นไม่มากเหมือนผู้ชายที่ทำให้ดูหัวเถิกล้าน จากด้านหน้าชัดเจน
สาเหตุต่างๆทำให้ผมร่วงในผู้หญิงมีมากมาย บางสาเหตุแก้ไขได้เอง บางสาเหตุต้องปรึกษาแพทย์ เช่น
- การลดน้ำหนักเร็วเกินไป อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดสารอาหารจนผมร่วงได้
- ความเครียด
- การรวบผมตึงๆ เป็นประจำ หรือหวีผมมากเกินไป
- ผมถูกทำลายจากสารเคมีบ่อยๆเป็นเวลานาน เช่น การย้อมหรือดัดผมบ่อยๆ ทำให้เส้นผมอ่อนแอหักง่าย
- ขาดธาตุเหล็กอาจทำให้ผมบางหรือผมเปลี่ยนเป็นสีเทาง่ายขึ้น เช่น หลังการเสียเลือดหรือมีรอบเดือนมาก ทำให้ร่างกายเสียธาตุเหล็กมากกว่าปกติ จึงควรทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมากขึ้น เช่น ตับ เนื้อแดง หอยนางรม หอยแมลงภู่ กุ้ง ไข่แดง จมูกข้าว ผักใบเขียว เป็นต้น
- หลังคลอดบุตร ซึ่งมักดีขึ้นเองหลัง 6 เดือน
- ภาวะหมดประจำเดือน หรือ อายุที่มากขึ้น ทำให้เส้นผมเล็กลง
- ติดเชื้อ รา แบคทีเรีย ที่หนังศีรษะทำให้รากผมถูกทำลาย
- ยาบางชนิด เช่น ลดความดัน ยารักษาสิวบางชนิด ยาคุมกำเนิด ยาไทรอยด์
- โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ หรือเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ( SLE )
- เนื้องอกรังไข่ผลิตฮอร์โมนชาย ( polycystic ovarian syndrome ) พบได้น้อยมาก โดยอาจมีขนดก หนวดเคราเยอะ เป็นสิวมาก แต่ศีรษะล้านเหมือนผู้ชาย
ยาที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยคือ ยาทา minoxidyl ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา โดยใช้ความเข้มข้น 2 – 5% ทาวันละ 1 - 2 ครั้ง จะเห็นผลการรักษาเมื่อใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 – 6 เดือนขึ้นไป โดยช่วยให้ผมร่วงน้อยลง และมีผมขึ้นใหม่,ผมเส้นใหญ่ขึ้น แต่จะให้ผลการรักษาที่ดีเพียง 30% ของผู้ใช้ยานี้เท่านั้น
ข้อเสียคือ ต้องใช้ไปตลอด หากหยุดยาผมก็จะกลับมาร่วงเท่าเดิมภายในไม่กี่เดือนแต่จะไม่ทำให้ร่วงมากกว่าเดิม
มีวิธีอื่นๆ แต่ควรภายใต้ความควบคุมของแพทย์ เช่น
- Mesotherapy คือแพทย์ทางเลือกจากฝรั่งเศส เป็นการฉีดยารักษาผมร่วงและวิตามินหลายๆตัว ในปริมาณน้อยมากๆเข้าที่หนังศีรษะโดยตรงเพื่อรักษาและบำรุงรากผม ได้ผลน่าพอใจในบางคน
- ทานอาหารเสริม Biotin ( vitamin B7 หรือ vitamin H ) วันละ 1000 - 2000 ไมโครกรัม บำรุงรากผม ช่วยป้องกันผมร่วง
- Hair Transplant คือการปลูกผมโดยการผ่าตัด นำผมมาจากบริเวณที่มีผมมากอยู่ เช่น ท้ายทอย โดยนำมาแยกทีละเส้นเพื่อปลูกลงบริเวณที่ศีรษะล้านโดยตรง ช่วงแรกผมอาจร่วงก่อนแล้วจึงค่อยๆงอกมาใหม่อย่างธรรมชาติ ต้องทำโดยแพทย์ และทีมงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการผ่าตัดปลูกเส้นผมเท่านั้น
อีกไม่นานอาจมีการนำ Stem Cell รากผม ฉีดเข้าหนังศีรษะโดยตรงเพื่อปลูกผม โดยอาจที่ให้ผลการรักษาที่ดีมาก จนกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าตื่นเต้น สำหรับการรักษาภาวะผมบางศีรษะล้านในอนาคตก็เป็นได้
ที่มา : Health Plus Magazine
โดย นพ.ธีระชัย วรัญญูรัตนะ ,MD, MSc.
แพทย์ สยามเลเซอร์ คลินิก
Related Article

Q : สารกลูต้าไธโอนสามารถทำให้ผิวขาวใสได้จริงหรือเปล่า และปลอดภัยไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ อ่านต่อ

รังแคเป็นเรื่องพบได้บ่อยๆ สาเหตุจากเชื้อราชนิดที่มีอยู่บนผิวหนังตามปกติ เกิดมีจำนวนมากขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ทำให้มีการรบกวนผิวหนัง จนเกิดรังแค อ่านต่อ

อยากทราบว่าโรคสะเก็ดเงินสาเหตุเกิดจากอะไรคะ แล้วจะเป็นโรคติดต่อมั้ยคะ อ่านต่อ

เห็นเครื่องสำอางบางยี่ห้อมีคำว่า “นาโน” หมายความว่าอะไร และ ดีกว่าเครื่องสำอางทั่วไปอย่างไร อ่านต่อ
Review headline
Your review:
Your name
: << ระบุรหัสผ่าน [โหลดใหม่]